ขั้นตอนการฟอกเกียร์ ฟลัชชิ่งน้ำมันเกียร์ และเปิดอ่างเกียร์เปลี่ยนกรองเกียร์

how to transmission flushing and change filter

บทความก่อนหน้า เราอธิบายกันถึงขั้นตอนการฟอกเกียร์ ฟลัชชิ่งเกียร์กันไปแล้ว ครั้งนี้เราจะมาลงรายละเอียดงานบริการซ่อมบำรุงระบบเกียร์ในกรณีที่ต้อง “เปิดอ่างเกียร์” เพื่อทำความสะอาดและ “เปลี่ยนกรองเกียร์” กันครับ

เนื่องจากภายในระบบเกียร์จะมีการสะสมของสิ่งสกปรก คราบโคลนตะกอน ผงโลหะ ที่เกิดจากการสึกหรอภายในระบบเกียร์ โดยสาเหตุของการสึกหรออาจเกิดได้จาก อุณหภูมิน้ำมันเกียร์มีความร้อนสะสมสูงต่อเนื่องเป็นเวลานาน การใช้น้ำมันเกียร์ไม่มีคุณภาพ หรือน้ำมันเกียร์หมดอายุงาน ซึ่งคราบโคลนตะกอน ผงโลหะจะปะปนอยู่ในน้ำมันเกียร์ และถูกดักจับด้วยกรองและแม่เหล็กที่อยู่บริเวณอ่างเกียร์ หากสิ่งสกปรกสะสมอยู่ในปริมาณมาก กรองจะเกิดการอุดตัน และหากเศษโลหะมีปริมาณมาก แม่เหล็กที่อ่างเกียร์ก็อาจดักจับได้ไม่หมด ก็จะไปสะสมอยู่ที่บริเวณกรองน้ำมันเกียร์ ซึ่งก่อให้เกิดการอุดตันได้

ภาพภายในอ่างเกียร์ซึ่งเต็มไปด้วยคราบตะกอนสิ่งสกปรก
ภาพภายในอ่างเกียร์ซึ่งเต็มไปด้วยคราบตะกอนสิ่งสกปรก
กรองเกียร์

ในการเช็คระยะ-ซ่อมบำรุงระบบเกียร์ หากสังเกตเห็นว่าน้ำมันเกียร์สี ดำขุ่นมาก ประกอบกับรถมีอายุการใช้งานมาก เราจะแนะนำให้ทำการเปิดอ่างเพื่อตรวจเช็ค ทำความสะอาด และเปลี่ยนไส้กรองใหม่

ไปดูกันเลยดีกว่า สำหรับท่านผู้ใช้รถที่ต้องการเช็คระยะ-ซ่อมบำรุงระบบเกียร์แบบจัดเต็ม ด้วยการฟอกเกียร์ ฟลัชชิ่งน้ำมันเกียร์ และเปิดอ่างเกียร์เปลี่ยนกรองเกียร์ด้วยนั้น จะมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง

เราจะเริ่มโดยทำการเปิดอ่างและเปลี่ยนกรองเกียร์กันก่อน แล้วจึงทำการฟลัชชิ่งเกียร์ครับ

  1. ถ่ายน้ำมันเกียร์ออกจากอ่างน้ำมันเกียร์ให้หมด เพื่อป้องกันการหกเลอะเทอะเวลาถอดอ่างเกียร์ (ซึ่งรถบางรุ่นอาจทำไม่ได้ตามวิธีการแบบปกติ)
  2. ทำการถอดอ่างน้ำมันเกียร์ออก ในส่วนอ่างเกียร์ที่ถอดออกมานี้จะยังคงมีน้ำมันเกียร์อยู่บ้าง มากหรือน้อยตามแต่รถในแต่ละรุ่น จะสามารถตรวจเช็คสภาพการสึกหรอ คราบสกปรก เช็คเศษโลหะที่จะเกาะติดอยู่ที่แม่เหล็ก หรือภายในอ่างเกียร์

    “ปริมาณเศษโลหะยิ่งมาก ยิ่งแสดงถึงการสึกหรอภายในระบบเกียร์ที่จะเป็นสาเหตุให้ระบบเกียร์ทำงานผิดปกติ หรือมีปัญหาได้”

    ช่างเทคนิคกำลังถอดนอตบริเวณอ่างน้ำมันเกียร์
    ช่างเทคนิคกำลังถอดนอตบริเวณอ่างน้ำมันเกียร์
    ภาพซ้าย - อ่างเกียร์ที่ถอดออกมาแล้ว ภาพขวา - ระบบเกียร์ที่ถูกถอดอ่างเกียร์ออกแล้ว
    ภาพซ้าย – อ่างเกียร์ที่ถอดออกมาแล้ว ภาพขวา – ระบบเกียร์ที่ถูกถอดอ่างเกียร์ออกแล้ว
  3. ถอดกรองเกียร์เก่าออกและติดตั้งกรองเกียร์ใหม่เข้าไป
    าพซ้าย – ก่อนใส่กรองเกียร์ ภาพขวา – กรองเกียร์ที่ติดตั้งเข้าไปใหม่
  4. ทำความสะอาดหน้าแปลนของอ่างเกียร์ ทั้งฝั่งอ่างเกียร์และฝั่งเสื้อเกียร์ให้สะอาด แล้วจึงประกอบอ่างเกียร์กลับเข้าตามเดิม ในขั้นตอนนี้ หากซีลอ่างเกียร์เป็นรูปแบบปะเก็นสามารถประกอบแล้วเติมน้ำมันเกียร์ได้เลย แต่ถ้าเป็นแบบปะเก็นเหลว (กาวปะเก็น) จะต้องรอให้เซ็ตตัวหรือแห้งก่อนจึงจะเติมน้ำมันเกียร์ได้ โดยอาจจะใช้เวลาประมาณ 1-3 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับชนิดของกาวปะเก็นที่ใช้
    ปะเก็นอ่างเกียร์
    ปะเก็นอ่างเกียร์
  5. เติมน้ำมันเกียร์ใหม่เข้าไปให้ได้ปริมาณตามที่คู่มือรถกำหนด
  6. เชื่อมต่อท่อน้ำมันเกียร์ของเครื่องฟอก-ฟลัชอัตโนมัติเข้ากับระบบเกียร์ของรถยนต์ และทดลองติดเครื่องยนต์เพื่อตรวจสอบความแน่นหนาและให้มั่นใจว่าไม่มีการรั่วซึมบริเวณข้อต่อ
  7. ทำการฟลัชเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ในระบบใหม่อีกครั้ง โดยเครื่องฟลัช จะส่งน้ำมันเกียร์ใหม่เข้าไปในระบบ พร้อมกับนำน้ำมันเก่าจากเกียร์ออกมาทิ้งที่ถังบรรจุน้ำมันใช้งานแล้ว สำหรับปริมาณน้ำมันใหม่ที่ใช้ฟลัชเข้าไปในระบบเกียร์จะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับประเภทของรถ (รถยนต์บางรุ่นไม่สามารถที่จะใช้การฟลัชเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ได้แบบอัตโนมัติ)
    • รถยนต์นั่งไม่เกิน 7 ที่นั่ง ใช้น้ำมันเกียร์อัตโนมัติประมาณ 8-10 ลิตร
    • รถ SUV หรือรถกระบะ ใช้น้ำมันเกียร์อัตโนมัติประมาณ 10-12 ลิตร
      ภาพซ้าย - สภาพก่อนการฟลัชชิ่ง น้ำมัน Used มีสีขุ่นเข้ม ภาพขวา - สภาพน้ำมันเกียร์หลังการฟลัชชิ่งใสสะอา
      ภาพซ้าย – สภาพก่อนการฟลัชชิ่ง น้ำมัน Used มีสีขุ่นเข้ม ภาพขวา – สภาพน้ำมันเกียร์หลังการฟลัชชิ่งใสสะอา
  8. ทำการตรวจเช็คระดับน้ำมันเกียร์อีกครั้งให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม แล้วจึงทำการถอดท่อของเครื่องฟอก-ฟลัชออก และต่อท่อน้ำมันเกียร์ของรถตามเดิม
  9. ตรวจเช็คการรั่วซึม และทดลองขับขี่ เพื่อเช็คความเรียบร้อยครั้งสุดท้ายก่อนส่งมอบรถ

ระยะเวลาการให้บริการโดยรวมสำหรับอ่างเกียร์ที่ซีลเป็นปะเก็นอยู่ที่ประมาณ 1 -2 ชั่วโมง แต่หากเป็นกาวปะเก็นเวลาการให้บริการอาจจะเพิ่มขึ้นอีก 2-3 ชั่วโมงเลยครับ