น้ำมันเครื่องสังเคราะห์ VS น้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์

น้ำมันเครื่องประกอบไปด้วยน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานผสมกับสารปรับแต่งเพิ่มคุณภาพ โดยแบ่งเป็น 3 ประเภท ดังนี้

  1. Mineral Oil” คือ น้ำมันเครื่องทั่วไปที่ผลิตจากน้ำมันแร่ซึ่งได้จากการกลั่นน้ำมันดิบโดยตรง ซึ่งใช้น้ำมันเกรดพื้นฐานทั่วไป (Base Oil Group1)
  2. Semi-Synthetic” หรือ Synthetic Technology หรือ Synthetic Blend คือ น้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์ ผลิตจากการนำน้ำมันแร่มาผสมกับน้ำมันพื้นฐานสังเคราะห์ (Base Oil Group2) เพื่อปรับปรุงคุณสมบัติให้ดีขึ้นกว่าน้ำมันเครื่องทั่วไป และมีราคาถูกกว่าน้ำมันเครื่องสังเคราะห์
  3. 100%-Fully Synthetic” คือ น้ำมันเครื่องสูตรสังเคราะห์แท้ 100% ซึ่งผลิตจากน้ำมันพื้นฐานเกรดสูง (Base Oil Group3,4) ที่มีการกลั่นด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง สังเคราะห์ขึ้นเพื่อให้มีคุณสมบัติพิเศษเหนือกว่าน้ำมันแร่พื้นฐานทั่วไป ยกตัวอย่างเช่น ความคงทนต่อการทำปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศ ยืดอายุการเปลี่ยนถ่ายและการใช้งานนานขึ้น มีอัตราการระเหยต่ำ ลดปัญหาการกินน้ำมันเครื่อง ป้องกันการจับตัวเป็นคราบเหนียวหรือตะกอนโคลน สามารถคงสภาพการเป็นน้ำมันหล่อลื่นได้ยาวนานเต็มประสิทธิภาพ ทนความร้อนได้ดี คงค่าความหนืดได้ดีทุกช่วงอุณภูมิ เป็นต้น

ซึ่งไม่ว่าจะเป็นน้ำมันพื้นฐานประเภทใด การเลือกใช้งานนั้นจำเป็นต้องคำนึงถึงสภาวะและพฤติกรรมในการขับขี่และในการใช้งานของรถยนต์ด้วย เนื่องจากน้ำมันเครื่องแต่ละประเภทนั้นมีระยะเวลาการเปลี่ยนถ่ายและอายุการใช้งานที่ไม่เท่ากัน โดยน้ำมันเครื่องสูตรสังเคราะห์100%จะมีระยะเวลาในการเปลี่ยนถ่ายที่นานกว่าน้ำมันเครื่องเกรดอื่นๆทั่วไป

เนื่องจากน้ำมันเครื่องสูตรสังเคราะห์100% มีการเรียงตัวของโมเลกุลน้ำมันที่สม่ำเสมอ เรียงตัวเป็นระเบียบที่มากกว่าน้ำมันเครื่องเกรดธรรมดา ซึ่งทำให้มีชั้นฟิล์มเคลือบที่แข็งแรงมากกว่าน้ำมันเครื่องเกรดธรรมดา ใช้งานได้ยาวนานกว่า มีการลื่นลื่นที่ดีกว่า ดัชนีความหนืดที่คงที่ได้ดีทุกช่วงอุณหภูมิการใช้งาน มีอัตราการระเหยต่ำ ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ ทำให้น้ำมันเครื่องสูตรสังเคราะห์100%มีราคาสูงกว่า น้ำมันเครื่องเกรดธรรมดาเป็นอย่างมาก

สำหรับน้ำมันเครื่องสูตรกึ่งสังเคราะห์จะมีคุณภาพและคุณสมบัติต่างๆอยู่ระหว่างกลางของน้ำมันเกรดธรรมดาและน้ำมันสูตรสังเคราะห์100%