น้ำมันเครื่องกับปัญหา “ชาฟท์ละลาย” มีอะไรบ้างที่ต้องระวัง

น้ำมันเครื่องกับปัญหา “ชาฟท์ละลาย” มีอะไรบ้างที่ต้องระวัง

แม้ว่าจะเป็นปัญหารถยนต์ที่ไม่ได้เกิดขึ้นง่าย ๆ ผู้ใช้รถบางคนยังไม่รู้จักปัญหานี้ด้วยซ้ำ แต่เชื่อเถอะว่าไม่มีใครอยากเจอปัญหานี้แน่นอน เพราะมันรุนแรงถึงขั้นที่จะต้องยกเครื่องยนต์ออกมาโอเวอร์ฮอลล์ใหม่เลยทีเดียว

ดังนั้นถ้าไม่อยากประสบกับปัญหา “ชาฟท์ละลาย” ให้ระวังเรื่องของการใช้และดูแลน้ำมันเครื่องให้ดี มีอะไรบ้างที่ต้องระวังไปดูกันเลย

ระวัง! น้ำมันเครื่องที่ไม่ได้คุณภาพ เครื่องยนต์มีความสำคัญมากเช่นนั้นแล้วควรใช้น้ำมันเครื่องที่ได้มาตรฐานโดยเลือกใช้แบรนด์ที่มีคุณภาพและน่าเชื่อถือเพื่อหลีกเลี่ยงน้ำมันเครื่องปลอม น้ำมันเครื่องปลอมไม่ว่าจะราคาเท่าไรก็ถือว่าแพง เพราะไม่มีคุณสมบัติของความเป็นน้ำมันเครื่องเลยไม่ว่าจะคุณสมบัติการเป็นฟิล์มเคลือบระหว่างชิ้นส่วน คุณสมบัติในการระบายความร้อน หรือคุณสมบัติในการชะล้างสิ่งสกปรก ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นคุณสมบัติที่ไม่เพียงป้องกันปัญหาชาฟท์ละลายเท่านั้น แต่เป็นการป้องกันการสึกหรอของทุกชิ้นส่วนในเครื่องยนต์

ระวัง! น้ำมันเครื่องไม่หมุนเวียนในระบบ สำหรับเครื่องยนต์ที่มีอายุการใช้งานระยะหนึ่งแล้ว การที่น้ำมันเครื่องไม่หมุนเวียนหรือถูกจ่ายไปเลี้ยงชิ้นส่วนต่าง ๆ อาจเกิดขึ้นจากปั๊มน้ำมันเครื่องสกปรกมากเกินไปหรือเสื่อมสภาพจนแรงดันลดลงทำให้การจ่ายน้ำมันเครื่องไปหล่อเลี้ยงชิ้นส่วนไม่ทั่วถึง ส่วนกรณีของเครื่องยนต์ที่ยังไม่ได้มีอายุมากนักแต่มีการปรับแต่งจนเกินขอบเขตของเครื่องยนต์มากเกินไป ส่วนใหญ่จะมีสาเหตุมาจากเครื่องยนต์เกิดความร้อนสูงจนน้ำมันเครื่องเกิดฟองอากาศส่งผลให้ “ชาฟท์ละลาย” ในที่สุด

ระวัง! อย่ามองข้ามไฟเตือนบนหน้าปัด เมื่อใดก็ตามที่แรงดันของน้ำมันเครื่องผิดปกติจะมีการแจ้งเตือนให้เราทราบผ่านไฟเตือนรูปกาน้ำมันเครื่องบนหน้าปัด ดังนั้นเมื่อใดก็ตามที่เครื่องยนต์กำลังทำงานอยู่แล้วพบว่ามีไฟเตือนดังกล่าวนี้สว่างขึ้นมา ให้รีบดับเครื่องและทำการตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุทันที

 

น้ำมันเครื่อง MOTUL มีให้เลือกใช้ทั้งเครื่องยนต์เบนซินและดีเซล โดยมีทั้งน้ำมันสังเคราะห์แท้ 100% และน้ำมันสูตร Technosysthese® ที่สำคัญมีคุณสมบัติของการเป็นสารหล่อลื่นที่มีคุณภาพ ผู้ใช้รถสามารถค้นหา และติดต่อตัวแทนจำหน่ายและศูนย์บริการน้ำมันเครื่อง MOTUL ทั่วประเทศได้ที่ www.acautoservice.co.th/alldealer